แทนคำจากใจ ^__^

ขอขอบคุณท่านวิทยากรสุดหล่อ พี่ตี๋(อาจารย์สมพร เหล่าทองสาร) ของเราที่ให้ความรู้อันมีคุณค่าต่อการพัฒนาวิชาชีพครูและการสอนที่มีประสิทธิภาพในศตวรรษที่ 21 นี้ ในการอบรมการทำเว็บบล็อกในเว็บ wordpress.com ในระหว่างวันที่ 30 – 1 พฤศจิกายน 2556

 

ขอขอบคุณค่ะ….. ^______^

 

 

 

thanks

เทคนิคการคิดเลขเร็ว ^__^

ตัวอย่างการบวกเลข 2 หลัก

95+38 = ?

วิธีคิดในใจคือ แยกตัวเลขเป็น 2 กลุ่ม คือ (90+30) และ (5+8) แล้วนำมารวมกัน ได้ 133

ตัวอย่างการบวกเลข 3 หลัก

763+854=?

วิธีคิดในใจคือ 800+700 =1,500 แล้วบวก 60+50 ได้ 1,610 แล้วนำไปบวกกับ 3+4 ที่เหลือ ได้คำตอบของโจทย์นี้เท่ากับ 1,617

ส่วนวิธีลบ น่าจะเป็นวิธีที่คนทั่วไปไม่รู้ เพราะปกติเราจะตัวเลขตั้งแล้วลบ แต่วิธีของ ดร.เบนจามินคือ เปลี่ยนจากตัวเลขลบเป็นบวก (complement)

เช่น -23 มี complement เป็น 77

ตัวอย่างคือ 138-68 ให้เปลี่ยนเป็น (138+32) – 100 จะคิดได้ง่ายกว่า

หรืออีก ตัวอย่าง 857-192 = ? มีวิธีคิดง่ายๆ คือ เปลี่ยนเป็น 857-200 = 657 แล้วบวกด้วย 8 ที่ลบเกินไป จะได้คำตอบ 665

สำหรับวิธีคูณก็คิดจากซ้ายไปขวาเช่นกัน

อาทิ 13×14=? ให้แยกเป็น (13×10)+(13×4) = 130+52 = 182

หรือ 68×49 ให้คิดเป็น 68×50 = 3,400 แล้วลบ 68 ที่คูณเกินมา หรือ 84×21 = ? ให้คิดเป็น 84×20=1,680 แล้วบวกด้วย 84 ที่ยังคูณไม่ครบ

มาถึงเลขยกกำลัง ชาครีย์ได้ยกตัวอย่างการยกกำลัง 2 โดยระบุว่า ให้ปัดตัวเลขเพื่อให้เหลือตัวคูณเพียง 1 หลัก

อาทิ 232 ซึ่งแยกได้เป็น 23×23 ให้ปัดตัวเลขขึ้น-ลงเป็น 26×20 = 520 แล้วบวกเข้ากับจำนวนยกกำลังสองของค่าที่ปัดขึ้น-ลง ซึ่งในตัวอย่างนี้คือ 32 จะได้คำตอบเป็น 529

อีกตัวอย่างคือ 782 ปัดได้เป็น (80×76) + 22 = 6,084

ส่วนการหารเลขยกกำลังนั้น ไม่แตกต่างจากที่วิธีคิดเดิมเท่าไหร่ เนื่องจากปกติเราหารจากซ้ายไปขวาอยู่แล้ว….

4

เคล็ดลับวิธีเรียนคณิตศาสตร์ให้เก่ง ^__^

                เป็นที่สงสัยกันว่าเด็กที่เก่งวิชาคณิตศาสตร์ ส่วนมากได้จากพรสวรรค์ที่ติดตัวมาแต่เกิด หรือพรแสวงที่ขยันทุ่มเท คำตอบคือ จำเป็นทั้งสองอย่าง ถึงแม้ว่าเด็กที่มีพรสวรรค์ ก็ไม่สามารถเรียนคณิตศาสตร์เก่งได้หากขาดพรแสวง เพราะคณิตศาสตร์เป็นวิชาที่ต้องอาศัยชั่วโมงบิน ผ่านการทำโจทย์คณิตศาสตร์มาอย่างโชกโชนถึงจะเรียนเก่งได้ ในทางกลับกัน หากเด็กที่ขยันทุ่มเท แต่ขาดทักษะในการคิดวิเคราะห์ จับสูตรนู้นมาใส่สูตรนี้ ถึงแม้ว่าจะทำโจทย์พื้นฐานได้ แต่ถ้าเจอโจทย์พลิกแพลงก็ไปไม่รอดเหมือนกัน ในวันนี้มีเคล็ดลับวิธีเรียนคณิตศาสตร์ให้เก่ง มาดูกันครับ

เคล็ดลับเก่งคณิตศาสตร์

1. ไม่มองข้ามนิยามต่างๆ
ถึงแม้ว่าจะอ่านนิยามต่างๆเป็นสิบรอบแล้วก็ยังงงเหมือนเดิม ก็ต้องทำความเข้าใจกับมันอยู่ดี เพราะมันเป็นพื้นฐานที่สำคัญของคณิตศาสตร์ สูตรทุกสูตรไม่ว่าจะเป็นสูตรมาตรฐานหรือสูตรลัด ต่างคิดขึ้นมาจากนิยามทั้งนั้น หากรู้นิยามแล้ว หากไม่มีสูตรก็สามารถแก้โจทย์ปัญหาทางคณิตศาสตร์ได้ หรือแม้กระทั่งคิดสูตรลัดส่วนตัวขึ้นมาเอง ก็ย่อมได้

2. เข้าใจทฤษฎีบท สูตร หรือสมบัติต่างๆ และพลิกแพลงใช้ให้เป็น
ทฤษฎี บท สูตร หรือสมบัติต่างๆ นั้นคือสิ่งเดียวกัน ซึ่งหมายถึงข้อเท็จจริงที่ต้องมีการพิสูจน์และยอมรับว่าเป็นจริง จึงจะนำมาใช้ได้ ซึ่งต่างจากบทนิยามเพราะบทนิยามเป็นสิ่งที่กำหนดขึ้นมาให้ยอมรับร่วมกันโดย ไม่ต้องพิสูจน์
หลายคนเรียนคณิตศาสตร์ไม่เข้าใจเพราะเป็นกังวลกับการท่องจำสูตร ซึ่งแท้จริงแล้วการจำสูตรหรือทฤษฎีได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องรอง แต่เรื่องหลักที่ต้องให้ความสำคัญก่อนจะเริ่มจำสูตรคือ จะต้องเข้าใจว่า ทฤษฎีบทนี้ใช้เมื่อใด? และใช้อย่างไร?

3. ท่องจำบ้างในบางโอกาส แต่เอาเฉพาะที่จำเป็น 
อย่างน้อยๆก็ต้องจำนิยามหรือสูตรเบื้องต้นต่างๆ โดยควรจำอย่างมีเทคนิคและเป็นระบบ อย่าจำวิธีแก้สมการ เพราะถ้าเจอโจทย์ที่ถามอย่างอื่นมาแล้วจะถึงขั้นไปไม่เป็นเลยทีเดียว

4. ฝึกทำโจทย์บ่อยๆ
การฝึกทำโจทย์บ่อยๆนั้นใช้ได้ในชีวิตจริงและในวิชาเรียนทุกๆวิชา โดยเฉพาะวิชาทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ถ้าหมั่นฝึกฝนบ่อยๆ จะช่วยให้จำน้อยลง เพราะเทคนิคหรือนิยามต่างๆจะถูกฝังเข้าไปในหัวเราแบบอัตโนมัติ แบบที่ไม่ต้องท่องก็จำได้ แล้วการแก้ปัญหาโจทย์มากๆ ยังช่วยให้ความสามารถในการแก้ปัญหาของเราสูงขึ้นด้วย ไม่ใช่แค่ในเรื่องการเรียน แต่รวมถึงเรื่องทั่วๆไปในชีวิต ที่เราสามารถแก้ปัญหาได้ดีขึ้นด้วย

5. เสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์
โดยส่วนมากแล้ว แต่ละปัญหาจะมีวิธีแก้หลายวิธี และนักแก้ปัญหาที่ดีจะต้องมีความยืดหยุ่น สามารถมองถึงว่ามีกี่วิธีที่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอย่างไร และดึงวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุดมาใช้ จะทำให้เกิดผลสำเร็จสูงสุด

6. ฝึกวินัย
นอนให้ตรงเวลา เข้าเรียนให้ตรงเวลา ทำการบ้านทุกวัน อย่าผลัดวันประกันพรุ่งโดยคิดว่าอ่านวันหลังก็ได้ ทำทีหลังก็ได้ เพราะว่ามันจะทำให้ติดเป็นนิสัย แล้วจนแล้วจนรอดที่ผลัดไว้ก็ไม่ได้ทำสักที หรือไม่ก็มาทำเอาวันสุดท้ายหลายๆงาน ทำให้งง ความรู้ตีกันวุ่น จนสุดท้ายก็เกิดความคิดว่า รู้งี้ทำซะตั้งแต่วันแรกแล้ว

เคล็ดลับวิธีเรียนคณิตศาสตร์ให้เก่งนี้ หวังว่าจะเป็นบทความที่เป็นประโยชน์กับน้องๆ ให้นำไปใช้กันเพื่อที่จะทำให้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ได้เก่งถึงขั้นลึกซึ้งกันนะครับ ถ้าหากทำครบทุกข้อแล้ว อย่าเอาแค่เก่งเลย น้องๆสามารถสมัครเป็นตัวแทนไปแข่งคณิตศาสตร์โอลิมปิกได้ด้วยซ้ำครับ

1 ……..ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจากเว็บ : www.google.com….ค่ะ

ทำอย่างไรให้ลูกรักคณิตศาสตร์ ^__^

                ครูสอนคณิตศาสตร์จะคุ้นเคยกับคำถามนี้ และเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะผู้ปกครองมักจะถามคำถามนี้กับคุณครูเสมอ เมื่อทราบผลการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ของลูกที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ผู้ปกครองที่มีลูกอยู่ในวัยเรียนและประสบปัญหานี้คงมีความวิตกกังวลมาก

              ทำไม! ผู้เขียนจึงนำคำถามนี้มาเขียนในโอกาสนี้ ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการรับโทรศัพท์จากผู้ชมโทรทัศน์ทางบ้านในรายการถ่ายทอดสด ซึ่งเสนอแนวการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ที่สอดคล้องตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ 2542 ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ผ่านช่อง 11 ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงนั้นได้รับโทรศัพท์จากทางบ้าน โทรศัพท์มาปรึกษาเกี่ยวกับลูกที่เรียนคณิตศาสตร์ไม่ดีบ้าง ไม่ชอบเรียนบ้าง หลายสายในสายที่ได้รับ ทำให้ผู้เขียนคิดว่าในฐานะที่ตัวเองเคยเป็นครูคณิตศาสตร์มาก่อน มีประสบการณ์ในการสอนพอที่จะแนะนำผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก ยังมีเวลาพอที่จะช่วยสร้างและเสริมให้ลูกมีพื้นฐานและมีความเข้มแข็งทางคณิตศาสตร์ในเบื้องต้นได้ อาจนำเทคนิคที่จะหยิบยกมาเป็นตัวอย่างต่อไปนี้ไปใช้เสริมสร้างให้ลูกมีเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์ มีความคิดเชิงคณิตศาสตร์ ได้พัฒนาทักษะการคิดคำนวณและพัฒนากระบวนการแก้ปัญหาได้บ้าง

            ทักษะกระบวนการทางคณิตศาสตร์เป็นพื้นฐานสำคัญของวิชาคณิตศาสตร์ เราไม่สามารถจะเรียนคณิตศาสตร์ให้ได้ดีเพียงแค่จำเนื้อหา สาระ และทำความเข้าใจกับปัญหาเท่านั้น ผู้เรียนจะต้องหมั่นฝึกฝนตนเองให้มีการพัฒนาทักษะกระบวนการหลัก 5 ทักษะนี้ด้วย

  1. ทักษะการคิดคำวณและการแก้ปัญหา
  2. ทักษะการให้เหตุผล
  3. ทักษะการเชื่อมโยงความรู้คณิตศาสตร์
  4. ทักษะการสื่อสาร สื่อความหมาย และการนำเสนอ
  5. ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

            ผู้ปกครองสามารถสร้างเจตคติที่ดีต่อวิชาคณิตศาสตร์และพัฒนาทักษะกระบวนการดังกล่าวนี้ให้กับลูกรักของตนเองได้ ขอเพียงให้ผู้ปกครองมีเวลาอยู่ใกล้ชิดลูก หากิจกรรมง่ายๆ ทำร่วมกัน เช่น ใช้เวลาระหว่างการเดินทางไปส่งลูกที่โรงเรียนในช่วงเช้า-เย็น มีกิจกรรมในช่วงค่ำหรือช่วงวันหยุดอาจเป็นช่วงเวลาดูโทรทัศน์ร่วมกัน ถกปัญหาที่ต้องใช้เหตุผลมาคุยกันบ้าง ในกิจกรรมหนึ่งๆ ลูกอาจได้พัฒนาทักษะกระบวนการไปพร้อมๆ กันหลายทักษะ ซึ่งหมายถึงได้พัฒนาทักษะพื้นฐานอื่นๆ อีกด้วยเช่น ทักษะการสังเกต การคาดคะเนและการประมาณ

ตัวอย่างกิจกรรม

            ถ้าผู้ปกครองมีลูกเล็กต้องการฝึกให้ลูกท่องจำสูตรคูณได้แม่นยำ และไม่น่าเบื่อ อาจใช้เวลาในช่วงที่ผู้ปกครองขับรถไปรับ-ส่ง ลูกที่โรงเรียนโดยผู้ปกครองชวนลูกผลัดกันท่องสูตรคูณแบบมีกติกา เช่น

พ่อเริ่มต้นท่องก่อนว่า 8×6 = 48 (แปดหกสี่สิบแปด) ให้ลูกท่องต่อ 6×7 = 42 (หกเจ็ดสี่สิบสอง) พ่อ 7×8 = 56 (เจ็ดแปดห้าสิบหก) ลูก 8×9 = 72 (แปดเก้าเจ็ดสิบสอง)

            ข้อสังเกต ตัวตั้งของคนต่อไปคือตัวคูณของคนก่อน และตัวคูณของแต่ละคนมากกว่าตัวตั้งอยู่ 1 เสมอ เมื่อใครได้ตัวตั้งใหม่เป็น 9 ให้เริ่มต้นตัวคูณใหม่เป็นจำนวนใดก็ได้ เช่น

พ่อเริ่มใหม่ 9×3 = 27 ลูก 3×4 = 12 . . . ฯลฯ

            การท่องสูตรคูณตามกติกานี้ ลูกจะได้ฝึกสมาธิในการจำตัวคูณของพ่อ ได้สังเกตแบบรูป (pattern) ของจำนวนด้วย

4

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภาคอีสานนะคะ^__^

ภาคอีสานถือได้ว่าเป็นภูมิภาคที่กว้างใหญ่ในประเทศไทยดังนั้นจึงเป็นภูมิภาคที่ถือได้ว่ารวบรวมสถานที่ที่น่าสนใจไว้ให้คนที่รักและชอบในการท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมกันได้นะคะ……

01 02 03 04 05 06